"4D High Resolution" คือเทคโนโลยีเฉพาะของเลนส์ FUJINON ที่มอบความคมชัดระดับสูงอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่กลางภาพจนถึงขอบภาพ พร้อมลดปัญหาสูญเสียรายละเอียดจากการเปลี่ยนแปลงระยะถ่ายภาพหรือค่ารูรับแสง เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ภาพที่มีความละเอียดสูงคงความชัดเจนและคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมการติดตั้งหรือเงื่อนไขการถ่ายภาพแบบใดก็ตาม
![[logo] 4D High Resolution](https://asset.fujifilm.com/www/th/files/2019-10/32621dcfac05d1903e8a500ac730b911/fig_MVlenses_01.png)
- เลนส์ถูกออกแบบมาให้แสดงความละเอียดสูงสุดที่ระยะถ่ายภาพที่ใช้งานบ่อยที่สุด (ระยะที่กำหนดไว้) ที่ระยะนี้ ความคลาดเคลื่อนต่าง ๆ (ขอบสีเบลอ การพร่ามัวบริเวณขอบภาพ และความบิดเบือน) จะได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสมที่สุด
- แม้เทคโนโลยีการออกแบบเลนส์ทั่วไปจะสามารถควบคุมความคลาดเคลื่อนในระยะที่ออกแบบได้ดี แต่ความคลาดเคลื่อนอาจเกิดขึ้นที่ระยะอื่นทำให้สูญเสียความละเอียดของภาพ โดยเฉพาะในเลนส์มุมกว้างซึ่งมักมีปัญหาเรื่องความโค้งของระนาบภาพ
- ซีรีส์ CF-ZA-1S ได้นำเทคโนโลยี “Floating Design” มาใช้ โดยใช้ "ชิ้นเลนส์ลอยตัว" ด้านหลังรูรับแสงที่เคลื่อนไหวเพื่อการโฟกัส ซึ่งช่วยให้ซีรีส์ CF-ZA-1S รักษาความละเอียดสูงสุดได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะถ่ายภาพในระยะใดก็ตาม
- การเยื้องศูนย์ของแกนเลนส์ระหว่างกระบวนการผลิตอาจทำให้ประสิทธิภาพของเลนส์ไม่เป็นไปตามต้องการ การปรับแกนเลนส์ให้ตรงกันในระดับไมโครเมตรจึงเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการผลิต
- ซีรีส์ CF-ZA-1S สามารถรักษาความละเอียดสูงได้อย่างสม่ำเสมอตั้งแต่กลางภาพจนถึงขอบภาพ ด้วยการตรวจจับความเยื้องศูนย์ของแกนเลนส์ทั้งหมดผ่านอุปกรณ์ตรวจสอบเฉพาะของฟูจิฟิล์ม และปรับโครงสร้างเลนส์ทั้งหมดด้วยความแม่นยำในระดับไมโครเมตร
![[image] FUJINON lens has no misalignments inside its lens structure](https://asset.fujifilm.com/www/th/files/2019-09/b184d80b155b710d9e3d7276e385ced4/fig_MVlenses_03.jpg)
ไม่มีความเยื้องศูนย์
![[image] Conventional lens has misalignments inside its lens structure](https://asset.fujifilm.com/www/th/files/2019-09/36614a85d1ae2fd658d38f7cbcdaf2f6/fig_MVlenses_04.jpg)
เลนส์มีความเยื้องศูนย์
![[photo] 4D lens zoomed in snippets of text chart with highly consistent image sharpness even along the edges](https://asset.fujifilm.com/www/th/files/2019-09/ca0553d9fcf76cd87d4595ba92bcf50d/fig_MVlenses_05.jpg)
ความคมชัดของภาพที่สม่ำเสมอแม้บริเวณขอบภาพ
![[photo] Zoomed in snippets of text chart with resolution degraded along edges, from General machine vision camera](https://asset.fujifilm.com/www/th/files/2019-09/5c7c3bf29dbe2ae249daca5ccf1f6fb3/fig_MVlenses_06.jpg)
ความคลาดเคลื่อนลดทอนความละเอียดบริเวณขอบภาพ
- ฟูจิฟิล์มได้นำเทคโนโลยีการผลิตเลนส์สำหรับงานบรอดแคสต์ที่ต้องการคุณภาพที่สม่ำเสมอและมีความละเอียดสูงซึ่งเอกสิทธิ์ของบริษัท มาใช้ในการผลิตเลนส์ขนาดเล็ก เช่น โมดูลกล้องสำหรับโทรศัพท์มือถือ
- "ความคลาดเคลื่อนสีแนวนอน (Color Fringe)" เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สูญเสียความละเอียดเมื่อมีการเปลี่ยนค่ารูรับแสง เนื่องจากดัชนีการหักเหแสงที่แตกต่างกันในแต่ละความยาวคลื่น ตำแหน่งของภาพที่เกิดขึ้นจึงอาจแตกต่างกันไปตามสี ส่งผลให้เกิดขอบสีที่ขอบของภาพ การควบคุมความคลาดเคลื่อนนี้ขึ้นอยู่กับการจับคู่ของวัสดุเลนส์ โดยวัสดุเลนส์ทั่วไปสามารถแก้ไขสีได้เพียง 2 สีในระบบ RGB (แดง เขียว น้ำเงิน) แต่เลนส์ Extra-low Dispersion ช่วยแก้ไขได้ทั้งสามสี
- ซีรีส์ HF-12M ได้ใช้วัสดุเลนส์ที่มีคุณสมบัติ Extra-low Dispersion เพื่อควบคุมความคลาดเคลื่อนสีแนวนอน ทำให้สามารถรักษาความละเอียดสูงได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในขณะที่เปลี่ยนค่ารูรับแสง
- ฟูจิฟิล์มพัฒนาซอฟต์แวร์ออกแบบเลนส์เฉพาะ “FOCUS (Fujifilm Optical Class Library and Utilities System)”
ซึ่งช่วยให้เลือกวัสดุเลนส์ที่เหมาะสมที่สุดจากตัวเลือกมากมายได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ
* ภาพจำลอง
วิดีโอนี้อธิบายถึงเทคโนโลยี "4D High Resolution" อันเป็นเอกสิทธิ์ของเลนส์ FUJINON
![[logo] 4D High Resolution](https://asset.fujifilm.com/www/th/files/2019-10/32f1c6e98fdb867ec2aeaea04b175078/fig_MVlenses_13.jpg)
- ในกรณีของเลนส์กล้องตรวจจับชิ้นงานทั่วไป แรงกระแทกอาจทำให้เลนส์เคลื่อนออกจากตำแหน่งเริ่มต้น ส่งผลต่อความสามารถในการวัดค่าที่แม่นยำสูง ด้วยการออกแบบกลไกเฉพาะของฟูจิฟิล์ม*1 ที่ผสานกับเทคโนโลยีป้องกันแรงกระแทกของ FUJINON ทำให้สามารถลดการเลื่อนแกนเลนส์ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 10µm*2 แม้จะได้รับแรงกระแทกสูงถึง 10G*3
- *1 อยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตร
- *2 ความทนต่อแรงกระแทกสูงสุดขึ้นอยู่กับรุ่น
- *3 ผลการวัดโดยฟูจิฟิล์ม
![[image] Anti-Shock & Vibration - target with green points clumped together closely inside crosshairs](https://asset.fujifilm.com/www/th/files/2023-02/7d6c518f32a0378c972255a13a622320/fig_MVlenses_08.jpg)
ลดการเลื่อนแกนเลนส์ (ความบิดเบือนของภาพ) ได้เหลือต่ำกว่า 10µm*3 แม้จะได้รับแรงกระแทกสูงถึง 10G*2
![[image] Conventional Lens - target with green points spread out around crosshairs](https://asset.fujifilm.com/www/th/files/2023-02/04b1b880a196785ff3b19bb09b1cc1c5/fig_MVlenses_09.jpg)
เทคโนโลยีป้องกันแรงกระแทกและการสั่นสะเทือน
- เลนส์กล้องตรวจจับชิ้นงานทั่วไปมักประสบปัญหาเรื่องความทนทานในสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีการสั่นสะเทือน
เทคโนโลยีป้องกันการสั่นสะเทือนของ FUJINON ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน IEC60068-2-6 ซึ่งช่วยให้ทั้งชิ้นส่วนกลไกและชิ้นส่วนออปติกยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม พร้อมรักษาความละเอียดของภาพได้อย่างยอดเยี่ยม
![[photo] Lenses being tested on plates of vibration machine](https://asset.fujifilm.com/www/th/files/2019-09/d650e2954065fdcc805bc4cb67a49f80/pic_MVlenses_02.jpg)
【เป็นไปตามมาตรฐาน IEC60068-2-6】
- ความถี่การสั่นสะเทือน 10-60Hz (แอมพลิจูด 0.75 มม.) ความถี่การสั่นสะเทือน 60-500Hz (ความเร่ง 100m/S²)
- การปรับช่วงความถี่การสั่นสะเทือน 50 รอบ
- ฟูจิฟิล์มพัฒนากลไกเฉพาะที่ช่วยลดการใช้กาวให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อลดการเสื่อมสภาพที่อาจเกิดจากความชื้นและความร้อนในสายการผลิต
- ระบบปรับความเร็วชัตเตอร์แบบต่อเนื่องถูกออกแบบให้ไม่ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนของรูรับแสง ทำให้ให้ติดตั้งได้ง่ายขึ้น
![[image] Anti-Shock & Vibration](https://asset.fujifilm.com/www/th/files/2019-10/2a84daad1160804dedc0238d07302ee0/fig_MVlenses_07.jpg)
- เทคโนโลยีความสว่างสัมพัทธ์สูง เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ FUJINON
- โดยหลักการแล้ว แสงที่ผ่านเลนส์จะมีความเข้มมากบริเวณศูนย์กลางและลดลงบริเวณขอบภาพ อย่างไรก็ตาม เลนส์ HRI ถูกออกแบบด้วยโครงสร้างออปติกเฉพาะตัวที่ช่วยส่งผ่านแสงในปริมาณมากได้อย่างสม่ำเสมอจากศูนย์กลางจนถึงขอบของเซนเซอร์
- ในเซนเซอร์ CMOS แบบ Global Shutter ทั่วไป โฟโต้ไดโอดที่รับแสงและหน่วยความจำที่เก็บสัญญาณจะถูกจัดเรียงอยู่ในหนึ่งพิกเซล ทำให้พื้นที่รับแสงมีขนาดเล็กและไม่สามารถรับแสงที่มาจากมุมเอียงได้ดีนัก
เลนส์ HRI ถูกออกแบบด้วยมุมรังสีหลัก (CRA: Chief Ray Angle) ที่ต่ำกว่า 5° ช่วยให้ได้ภาพที่สว่างสม่ำเสมอจนถึงขอบภาพ
- เมื่อใช้การประมวลผลภาพเพื่อแก้ไขความแตกต่างของความสว่างระหว่างกลางภาพกับขอบภาพ จะทำให้สัญญาณรบกวนชัดเจนขึ้น เนื่องจากอัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวนไม่เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ไม่สามารถได้ภาพที่มีคุณภาพดี แต่เลนส์ HRI สามารถส่งผ่านแสงได้อย่างสม่ำเสมอจนถึงขอบภาพโดยไม่ต้องปรับแก้ปริมาณแสง ทำให้ได้ภาพคุณภาพสูงที่มีสัญญาณรบกวนต่ำ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานตรวจสอบที่ต้องการความแม่นยำสูง
- ในการออกแบบเลนส์ การลดจำนวนชิ้นเลนส์และการใช้การหักเหของแสงผ่านเลนส์อย่างฉับพลันช่วยให้เลนส์มีขนาดเล็กลงได้ อย่างไรก็ตาม การลดความบิดเบือนของภาพไม่สามารถทำได้ด้วยเลนส์ทรงกลมทั่วไปเพียงอย่างเดียว แต่เลนส์แอสเฟอริคัลสามารถให้ผลลัพธ์เทียบเท่ากับการใช้เลนส์ทรงกลมหลายชิ้น โดยสามารถควบคุมความบิดเบือนของภาพด้วยจำนวนชิ้นเลนส์ที่น้อยกว่ามาก
- เลนส์แอสเฟอริคัลต้องการกระบวนการผลิตที่มีความแม่นยำสูง ฟูจิฟิล์มสามารถออกแบบและผลิตเลนส์แอสเฟอริคัลได้เองภายในกลุ่มบริษัท ด้วยเทคโนโลยีการขึ้นรูปแม่พิมพ์ที่มีความแม่นยำสูงตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงการผลิตในปริมาณมาก
- ซีรีส์ CF-ZA-1S จึงสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านขนาดที่กะทัดรัดและความบิดเบือนต่ำ ด้วยการใช้เลนส์แอสเฟอริคัลที่ขึ้นรูปจากกระจกอย่างแม่นยำ
![[photo] Clear, circular lens on top of black and purple striped surface](https://asset.fujifilm.com/www/th/files/2019-09/8537850c90f42a63a2230718db073918/fig_MVlenses_10.jpg)
เลนส์ MV ที่มีเลนส์แอสเฟริคัล
![[image] Grid view of General MV lens only with spherical lenses and MV lens with an aspherical lens](https://asset.fujifilm.com/www/th/files/2019-09/c992db865111625096c8c140262354f0/fig_MVlenses_11.jpg)
* ภาพจำลอง









