บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ประเทศไทย
หน้าหลัก ผู้นำเวทีโลก ด้วย Business DX ทีมผู้เชียวชาญที ่ ่เปลี่ยนความซับซ้อนของระบบให้กลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์

ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน องค์กรต่างๆ กําลังเผชิญกับความท้าทายด้านเทคโนโลยีหลากหลายประการ ไม่ ว่าจะเป็นการขาดแคลนบุคลากรด้าน IT ข้อกําหนดด้าน ESG ที่เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาอย่างรวดเร็วของ AI ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข้อจํากัดเชิงปฏิบัติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ตามมา ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่ใจว่าจะเริมต้นจากจุดใด ความยาก ่ ในการประเมินผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) และความซับซ้อนในการประสานงานกับผู้ให้บริการหลายราย ส่งผล ให้หลายองค์กรยังคงประสบปัญหาในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT และเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัย


มีบริษัทหนึ่งที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้แก้ไขปัญหาเชิงรุกในบริบทนี้ ด้วยการทํางานอย่างใกล้ชิดร่วมกับลูกค้าในหลากหลาย อุตสาหกรรมที่มีขนาดองค์กรแตกต่างกัน โดยมุ่งเน้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) บริษัทดังกล่าวได้วางตําแหน่ง ตนเองให้อยู่แถวหน้าของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (DX) ได้สําเร็จ ในบทความนี้ เราจะพาไปทําความรู้จักกับบริษัทแห่ง นี้อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสํารวจปัจจัยสําคัญที่ช่วยผลักดันให้ DX ธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นรากฐานสําคัญ ของการเติบโตในอนาคต

คุณชิโระ คิกูจิ :รองประธานบริษัท FUJIFILM Business Innovation / โมโตรุ ทากิซาวะ: ผู้จัดการทั่วไป, ฝ่ายการตลาดโซลูชันธุรกิจ ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น

พันธมิตร DX แบบครบวงจร

บริษัทนั้นคือ FUJIFILM Business Innovation ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงผู้จําหน่ายหรือผู้รวมระบบเท่านั้น แต่เป็นพันธมิตรด้าน DX แบบครบ วงจร (One-Stop DX Partner) อย่างแท้จริง
คุณคิกูจิ ผู้ดูแลธุรกิจต่างประเทศของบริษัท อธิบายว่า “เพื่อให้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้อย่างยั่งยืนและครอบคลุม เราจําเป็น ต้องปรับแนวคิดแบบดั้งเดิมเสียใหม่” เขากล่าวต่อว่า “ในปัจจุบัน องค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายที่หลากหลายอย่างมาก เนื่องจากระดับ ความพร้อมด้าน DX รูปแบบความร่วมมือทางธุรกิจ และความรู้ความเข้าใจของพนักงาน ล้วนแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ดังนั้น โซลูชัน ที่เป็นไปได้ รวมถึงรูปแบบการผสานโซลูชันต่างๆ จึงแทบไม่มีขีดจํากัด”
คุณคิกูจิกล่าวเสริมว่า “สิงที่ทําให้เราแตกต่างคือความเชี่ยวชาญและความคุ้นเคยอย่างลึกซึ้งกับโซลูชันระดับโลกที่หลากหลาย ทั ่ ้งโซลูชัน ของเราเองและของบริษัทอื่นๆ ซึ่งทําให้เราสามารถคัดเลือกและนําเสนอโซลูชันที่เหมาะสมที่สุดให้กับลูกค้าแต่ละรายได้” เขากล่าวต่อว่า “ความสามารถในการพิจารณาและตัดสินใจเช่นนี้เป็นสิงที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในปัจจุบัน และเป็นเหตุผลสําคัญที่ ่ ทําให้หลายองค์กรไว้วางใจเรา โดยมีประสบการณ์อันยาวนานในด้านนี้เป็นหลักฐานสนับสนุน”

เราไม่ได้ขายผลิตภัณฑ์ แต่เรานําเสนอโซลูชัน

คุณทากิซาวะ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แผนก Business Solutions ของ FUJIFILM Business Innovation ผู้นําโซลูชันไปใช้กับองค์กร จํานวนมากร่วมกับคุณคิกูจิ กล่าวไว้ว่า “การนําเทคโนโลยีหรือระบบที่ไม่สอดคล้องกับบริบทและสภาพแวดล้อมเฉพาะของแต่ละองค์กร มาใช้ อาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ เลย และในบางกรณีอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทํางานลดลงด้วยซ£า” แม้บริษัทจะมีการนําเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่คุณทากิซาวะย£าว่า สิงเหล่านั ่ ้นเป็นเพียง “เครื่องมือ” เพื่อไปสู่เป้าหมาย ไม่ใช่ เป้าหมายในตัวเอง “เป้าหมายของเราคือการช่วยลูกค้าแต่ละรายเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลด้วยโซลูชันที่เหมาะสมที่สุด” ด้วยเหตุนี้ เขาจึงอธิบายว่า แนวทางของบริษัทคือการนําเสนอโซลูชันผ่านกระบวนการ 4 ระยะ ดังต่อไปนี้

ระยะของโซลูชัน FUJIFILM Business Innovation

คุณทากิซาวะกล่าวว่า “แต่ละระยะของกระบวนการเหล่านี้ต้องใช้เวลาในการดําเนินการ ต้องอาศัย
การวางแผนระยะยาวอย่างรอบคอบ การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และความมุ่งมันในการเดินหน้าจน ่
สําเร็จ ซึ่งนั่นคือสิงที ่ ่เรามอบให้ได้”


FUJIFILM Business Innovation ไม่เพียงโดดเด่นด้วยความสามารถในการนําเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ได้ในทันทีเท่านั้น 
แต่ยังเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในระยะยาว คอยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และสนับสนุนองค์กรต่างๆ ใน
การเติบโตอย่างยั่งยืน

หลอมรวมขอบเขตระหว่างโลกแอนะล็อกและดิจิทัล

ระบบอัตโนมัติ การเพิ่มประสิทธิภาพ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน (MFP) ในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงเรื่องความเร็ว ที่สูงขึ้นหรือการลดต้นทุนเท่านั้น คุณทากิซาวะอธิบายว่า จุดเปลี่ยนที่แท้จริงอยู่ที่ การทําให้กระบวนการทางธุรกิจเป็นระบบอัตโนมัติ เขากล่าวว่า “ในอดีต เมื่อสแกน เอกสาร ผู้ใช้งานต้องตั้งค่าปลายทางและชื่อไฟล์ให้เอกสารแต่ละประเภทด้วยตนเอง  แต่ในปัจจุบัน ผู้ใช้งานสามารถประมวลผลเอกสารอย่างเหมาะสมได้โดยอัตโนมัติ ด้วย การผสานเอกสารที่รับผ่าน MFP เข้ากับ AI-OCR และบริการคลาวด์” ตัวอย่างเช่น ระบบสามารถส่งใบแจ้งหนี้ไปยังฝ่ายบัญชีโดยอัตโนมัติ หรือส่งสัญญาไปยัง ฝ่ายกฎหมายได้ทันที แม้แต่คําสังที่ซับซ้อนอย่าง “ค้นหาหมายเลขใบแจ้งหนี้” หรือ ่ “ดึงตัวเลขนั้นมาใช้เป็นชื่อไฟล์” ก็สามารถดําเนินการได้ครบถ้วนโดยตัวเครื่อง MFP เอง

แรงผลักดันสําคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือความต้องการทางธุรกิจที่ชัดเจน นั่นคือการ ยกระดับประสิทธิภาพการดําเนินงาน
คุณทากิซาวะกล่าวว่า “ในสถานที่ทํางานที่ต้องจัดการเอกสารจํานวนมาก การป้อน ข้อมูลด้วยมือมักกลายเป็นคอขวดของกระบวนการทํางาน แต่เมื่อเราขจัดคอขวดนั้น ออกไปได้ ก็จะช่วยให้พนักงานสามารถโฟกัสไปที่งานที่มีมูลค่าสูงกว่าและกิจกรรมหลัก ของธุรกิจได้มากขึ้น”

แกนคุณค่าใหม่: มีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อ สิงแวดล้อม

มอบหมายโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT และความ ปลอดภัยขั้นสูงให้ผู้เชียวชาญดูแ

ผู้เชียวชาญนับร้อยคน - ในต้นทุนที ่ ่เหมาะสม

องค์กรที่นําบริการนี้ไปใช้จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับฝ่าย IT ได้อย่างชัดเจน  จากเดิมที่ทีมงานต้องทุ่มเวลาไปกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการดูแลรักษาระบบ  ปัจจุบันสามารถปรับโฟกัสไปสู่งานที่มีมูลค่าสูงกว่าได้ เช่น การศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ  และการขับเคลื่อนให้ธุรกิจเป็นดิจิทัล คุณทากิซาวะกล่าวว่า “IT Expert Services ให้ บริการเฝ้าระวังระบบตลอด 24 ชัวโมงทุกวัน และเมื่อตรวจพบปัญหาหรือสัญญาณเตือน ่ ล่วงหน้า เราจะดําเนินการทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการหยุดชะงัก”
เขากล่าวเสริมว่า “เรายังติดตามภัยคุกคามด้านความปลอดภัยล่าสุดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริม ความแข็งแกร่งให้มาตรการป้องกัน และลดความเสี่ยงของระบบล่มให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งสิง่ เหล่านี้ช่วยเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทํางานของบุคลากรด้าน IT อย่างมีนัยสําคัญ”

คุณคิกูจิยอมรับว่า แม้การสนับสนุนที่ดีที่สุดก็อาจไร้คุณค่าได้ หากต้นทุนสูงกว่า ประโยชน์ที่ได้รับ เขากล่าวว่า “การสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญย่อมมีต้นทุน แต่ IT  Expert Services ให้บริการลูกค้าจํานวนมากเป็นวงกว้าง จึงสามารถให้การสนับสนุน ที่มีคุณภาพสูงและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางได้ในราคาที่เหมาะสม”

เมื่อองค์ประกอบพื้นฐานของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กรพร้อมแล้ว ขั้นตอนถัดไปคืออะไร คุณคิกูจิอธิบายว่า  “หลังจากสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ที่แข็งแกร่งแล้ว ระยะถัดไปคือการนําโครงสร้างนั้นมาใช้เชิงกลยุทธ์ เพื่อขับ เคลื่อนการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางธุรกิจ” เขากล่าวต่อว่า “สิงที ่ ่จําเป็นในระยะนี้คือแนวทางแบบองค์รวมในระดับ ทั้งองค์กร ทบทวนและออกแบบเวิร์กโฟลว์ใหม่โดยอาศัยข้อมูลที่สะสมมา รวมถึงปรับวิธีการทํางานของพนักงานแต่ละ คนให้เหมาะสมที่สุด”

NEXT  [PHASE 3, 4]

ในบทความส่วนที่สอง เราจะพาไปเจาะลึกโซลูชัน DX ซึ่ง FUJIFILM Business Innovation นําเสนอ เพื่อช่วยให้องค์กร สามารถดึงศักยภาพของตนออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่การยกระดับผลิตภาพของพนักงานแต่ละคน การสร้างพื้นที่ ทํางานยุคใหม่ที่ผสานโลกกายภาพและดิจิทัลเข้าด้วยกัน ไปจนถึงการออกแบบกระบวนการทางธุรกิจหลักใหม่ เราจะ สํารวจแนวทางที่นําไปปฏิบัติได้จริงและจําเป็นต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลให้ประสบความสําเร็จ