ในบทความส่วนที่หนึ่ง เราได้กล่าวถึงกลยุทธ์การสนับสนุน DX ของ FUJIFILM Business Innovation โดยมุ่งเน้นไปที่
ขั้นตอนพื้นฐานของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เราได้เน้นยาถึงความสําคัญของการสร้าง “กระดูกสันหลังทางดิจิทัล” ที่
แข็งแกร่ง ตั้งแต่การสร้างจุดรับข้อมูลที่ปลอดภัยผ่านเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน ไปจนถึงการทําให้การดําเนินงานด้าน IT มี
ความเสถียรด้วยบริการแบบบริหารจัดการ
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่แท้จริงไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น เมื่อสะสมข้อมูลได้และระบบมีความเสถียรแล้ว
องค์กรจําเป็นต้องก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง นั่นคือการขับเคลื่อนสู่ DX เชิงรุก ในบทความส่วนที่สองนี้ เราจะเจาะลึกถึงการนํา
โซลูชันเชิงกลยุทธ์ที่ก้าวหน้าและซับซ้อนยิ่งขึ้นมาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม
เรายังคงสนทนาต่อเนื่องกับคุณคิกูจิ และคุณทากิซาวะ แห่ง FUJIFILM Business Innovation ซึ่งจะพาเราไปสํารวจ
แนวทางที่เป็นรูปธรรมในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันขององค์กร ตั้งแต่การทบทวนและออกแบบ
กระบวนการทางธุรกิจใหม่ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทํางาน ไปจนถึงการออกแบบพื้นที่ทํางานแบบไฮบริดที่ผสาน
โลกแอนะล็อกและดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
ระยะของโซลูชัน FUJIFILM Business Innovation
รายละเอียดของระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ได้อธิบายไว้อย่างละเอียดในบทความส่วนที่หนึ่ง
โซลูชัน DX ที่ปลดปล่อยศักยภาพขององค์กร
เมื่อทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์พร้อมแล้ว องค์กรก็สามารถเริมยกระดับประสิทธิภาพการดําเนินงานได้อย่างเต็มรูป ่
แบบ รวมถึงสร้างนวัตกรรมด้วย AI (ซึ่งสอดคล้องกับระยะที่ 3 และระยะที่ 4 จากโมเดล 4 ระยะที่ได้กล่าวถึงก่อนหน้านี้)
คุณทากิซาวะอธิบายว่า “นี่คือช่วงที่มาตรการ DX ขั้นสูงเข้ามามีบทบาท ไม่ว่าจะเป็นโซลูชันอย่าง RPA, AI อเนกประสงค์ ไปจนถึง AI ที่พัฒนา
เฉพาะสําหรับแต่ละองค์กร”
เขายังยกตัวอย่างโซลูชันสําคัญในระยะนี้ว่า “เช่น การปรับสภาพแวดล้อมการทํางานให้เหมาะสมกับพนักงานแต่ละคน การผสานพื้นที่ทํางาน
ทางกายภาพเข้ากับระบบบนคลาวด์ และการออกแบบกระบวนการทางธุรกิจใหม่ทั้งระบบ ซึ่งล้วนเป็นแนวทางที่สามารถดําเนินการได้”
ต่อไปเราจะพาไปสํารวจรายละเอียดของแต่ละแนวทางอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น
ยกระดับรูปแบบการทํางานของพนักงานในแต่ละวัน
พนักงานต้องรับผิดชอบงานหลากหลายรูปแบบในแต่ละวัน เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ การทํางานได้โดยเริมต้นจากการจัดสภาพแวดล้อมด้านซอฟต์แวร์ให้เป็นระบบ แพลตฟอร์ม ่ ชันนําอย่าง Microsoft 365™ และ Kintone™ ของบริษัท Cybozu สามารถช่วยให้การ ้ ทํางานในแต่ละวันเป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกหนึ่งโซลูชันที่โดดเด่นคือ DocuWorks แอปพลิเคชันด้านการจัดการเอกสารที่พัฒนา โดย FUJIFILM Business Innovation ซึ่งกําลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ ในประเทศที่กระบวนการทํางานยังคงพึ่งพาเอกสารกระดาษและแฟกซ์เป็นหลัก เช่น ประเทศไทยและญี่ปุ่น ความสามารถในการจําลองรูปแบบการทํางานแบบแอนะล็อกให้ อยู่ในรูปแบบดิจิทัลของแอปพลิเคชันนี้ ช่วยให้องค์กรสามารถเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้อย่าง ราบรื่นและไม่สะดุด
ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลโดยไม ต้องมีทักษะด้าน IT
DocuWorks ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านจากงานแบบแอนะล็อกสู่ดิจิทัลเป็นไปอย่างราบรื่น ด้วย การจําลองงานที่พนักงานทําในแต่ละวัน จึงไม่จําเป็นต้องมีทักษะด้าน IT ขั้นสูง คุณทากิซาวะอธิบายว่า “จุดแข็งประการหนึ่งของ DocuWorks คือการที่ทุกคนสามารถใช้ กระบวนการทํางานแบบดิจิทัลได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าระดับความรู้ด้าน IT จะเป็นอย่างไร” ตัวอย่างเช่น การประทับตราอนุมัติเอกสาร การจดบันทึกโน้ตเสมือนจริง หรือการส่งต่อ เอกสารให้กับแผนกอื่นๆ ล้วนสามารถดําเนินการได้ผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายนี้ “ประ สบการณ์การใช้งานที่เป็นมิตรเช่นนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากพนักงานในหลายองค์กร” เขากล่าวเสริม “และเมื่อผู้คนคุ้นเคยกับกระบวนการทํางานแบบดิจิทัลแล้ว การนําระบบ อัตโนมัติมาใช้กับงานประจําก็จะทําได้ง่ายยิ่งขึ้น”
ประโยชน์ของแนวทางนี้มีอยู่สองประการ ประการแรกคือช่วยพนักงานลดอุปสรรคในการ ใช้ระบบดิจิทัลทํางาน และประการที่สองคือช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กรโดย รวม
คุณคิกูจิกล่าวว่า “เมื่อเราปรับปรุงงานเล็กๆ ในแต่ละวันของพนักงานให้มีประสิทธิภาพมาก ขึ้น ก็จะช่วยยกระดับทั้งความรวดเร็วในการทํางานและคุณภาพของการจัดการข้อมูลทั่วทั้ง องค์กร” เอกสารที่ได้รับการจัดระเบียบอย่างเหมาะสมและการเข้าถึงข้อมูลที่จําเป็นได้อย่าง รวดเร็วยังช่วยเสริมให้แต่ละแผนกร่วมมือกันได้ดียิ่งขึ้น คุณคิกูจิกล่าวต่อว่า “การนําซอฟต์แวร์ที่มี UI/UX ใช้งานง่ายมาใช้ จะช่วยยกระดับการ ตระหนักรู้เรื่องการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในทุกระดับขององค์กร และเป็นหนึ่งในวิธีที่รวดเร็ว ที่สุดในการเพิ่มผลิตภาพขององค์กรโดยรวม”
- * UI: User Interface (หน้าตาการใช้งาน) , UX: User Experience (ประสบการณ์การใช้งาน)
บริหารจัดการสินทรัพย์ข้อมูลทั้งหมดด้วยแพลตฟอร์มแบบบูรณาการ
นอกเหนือจากการสร้างสภาพแวดล้อมซอฟต์แวร์ที่ใช้งานง่ายแล้ว การสร้างพื้นที่ทํางาน แบบบูรณาการและระบบคลาวด์ที่เชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียวก็สําคัญไม่แพ้กัน แม้ว่าเครื่อง มือสําหรับทํางานร่วมกันอย่าง Teams™, SharePoint™ และ Slack™ จะถูกใช้อย่างแพร่ หลาย แต่ FUJIFILM Business Innovation ยังมีแพลตฟอร์มของตนเองในชื่อ FUJIFILM IWpro คุณทากิซาวะอธิบายว่า “FUJIFILM IWpro ออกแบบมาเพื่อบริหารจัดการและเพิ่ม ประสิทธิภาพการทํางานของเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันและฮาร์ดแวร์อื่นๆ ที่เราได้พัฒนามา อย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดการการไหลของเอกสารและเวิร์กโฟลว์ต่างๆ” “แพลตฟอร์มนี้เป็นแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ที่ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการและใช้ ประโยชน์จากสินทรัพย์ข้อมูลทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ด้วยแพลตฟอร์มนี้ องค์กรสามารถนํารูปแบบการทํางานที่ยืดหยุ่นมาใช้ได้ โดยไม่ถูกจํากัด ด้วยสถานที่หรือเวลา คุณทากิซาวะกล่าวว่า “แม้เครื่องมืออย่าง Teams™, SharePoint™ และ Slack™ จะมี บทบาทสําคัญในการทําให้การสื่อสารระหว่างบุคคลเป็นไปอย่างคล่องตัว แต่ FUJIFILM IWpro มุ่งเน้นไปที่การเชื่อมโยงและบริหารจัดการข้อมูลภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ สูงสุด” “ตัวอย่างเช่น เอกสารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสัญญากระดาษ ใบสังซื้อที่ส่งมาทางแฟกซ์ ่ หรือไฟล์แนบจากอีเมล สามารถถูกแปลงเป็นดิจิทัล จัดโครงสร้าง และเปิดให้ทุกคนใน องค์กรเข้าถึงได้ จากนั้นเราสามารถส่งต่อข้อมูลเหล่านี้ผ่านเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ หรือนําไป ใช้ทํางานร่วมกันในทีมแบบเรียลไทม์”
องค์กรที่นําแพลตฟอร์มนี้ไปใช้รายงานผลลัพธ์ที่เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น ระยะเวลาใน กระบวนการอนุมัติสันลงอย่างมาก และการสามารถป้อนข้อมูลแบบอัตโนมัติได้อย่าง ้ สมบูรณ์ คุณทากิซาวะกล่าวเสริมว่า “ในอนาคต เราคาดว่าจะได้เห็นองค์กรจํานวนมากขึ้นนําข้อมูล ภายในที่ได้รับการจัดระเบียบอย่างเป็นระบบ มาผสานเข้ากับ AI เพื่อพัฒนาโมเดล AI เฉพาะของตนเอง”
พลังแห่งการผสานที่เกิดจากการทํางานร่วมกัน
การนําแพลตฟอร์มขนาดใหญ่มาใช้งานมักมาพร้อมกับความท้าทาย เนื่องจากพนักงานไม สามารถรับมือได้ด้วยตนเองเพียงลําพัง และนี่คือจุดที่องค์ความรู้เชิงลึกและการสนับสนุนอย่าง ใกล้ชิดของ FUJIFILM Business Innovation เข้ามามีบทบาทสําคัญ คุณคิกูจิกล่าวว่า “ปัจจัยที่สําคัญที่สุดในการนําระบบไปใช้งานให้ประสบความสําเร็จ คือการ ทําความเข้าใจโฟลว์การดําเนินธุรกิจเฉพาะของแต่ละองค์กร และประเมินว่าขณะนั้นองค์กรอยู่ ในระยะใดของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล” เขากล่าวเสริมว่า “เนื่องจากเราได้ร่วมเดินผ่านแต่ละระยะไปพร้อมกับลูกค้า เราจึงสามารถ คาดการณ์จุดที่อาจเป็นอุปสรรคล่วงหน้า และร่วมกันวางกลยุทธ์เพื่อนําระบบไปใช้งานให้มี ประสิทธิภาพและราบรื่นที่สุดได้”
ด้วยการที่ FUJIFILM Business Innovation ได้ให้การสนับสนุนการนําเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน มาใช้งานในระยะที่ 1 และดูแลบริการด้าน IT แบบบริหารจัดการในระยะที่ 2 มาแล้ว บริษัทจึงมี ความพร้อมอย่างยิ่งที่จะรับผิดชอบด้านการดําเนินงาน การบํารุงรักษา และการสนับสนุนอย่าง ต่อเนื่องในช่วงเปิดใช้งานแพลตฟอร์ม คุณทากิซาวะกล่าวเสริมว่า “นี่คือพลังของการทํางานร่วม กันอย่างแท้จริง เราให้การสนับสนุนในระยะยาว และเมื่อแต่ละระยะดําเนินไป ลูกค้าก็จะยิ่งมอง เห็นคุณค่าและผลลัพธ์ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
เป้าหมายสูงสุด: เสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กร
การสร้างสภาพแวดล้อมในลักษณะนี้ก่อให้เกิดประโยชน์ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเพิมผลิต ่ ภาพในการทํางานประจําวัน และการสื่อสารระหว่างทีมที่ราบรื่นยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณ คิกูจิชีให้เห็นว่ายังมีเป้าหมายที ้ ่สําคัญยิ่งกว่านั้น เขาอธิบายว่า “คุณค่าที่แท้จริงที่เรามุ่งจะ ส่งมอบ คือความสามารถในการทบทวนและออกแบบโครงสร้างทางธุรกิจขององค์กรใหม่ อย่างมีเหตุผล”
“กิจกรรมขององค์กรครอบคลุมตั้งแต่การเรียกเก็บเงิน การรับและประมวลผลคําสังซื ่ ้อ การ ให้บริการลูกค้า การควบคุมสินค้าคงคลัง ไปจนถึงการบริหารจัดการการจัดส่ง เราทําให้ เวิร์กโฟลว์เหล่านี้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ระบุจุดที่เกิดความสูญเปล่าเชิงโครงสร้าง และขจัดความไม่มีประสิทธิภาพออกไป การปรับกระบวนการทางธุรกิจให้กระชับ รวดเร็ว และยืดหยุ่นมากขึ้น จะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันขององค์กรได้โดยตรง”
FUJIFILM Business Innovation มีโซลูชันทั้งภายในและภายนอกองค์กรให้เลือกใช้นับ ร้อยรายการ และสามารถนํามาผสานกันได้อย่างแทบไร้ขีดจํากัดเพื่อให้สอดคล้องกับความ ต้องการของแต่ละองค์กร
คุณคิกูจิกล่าวเสริมว่า “ต่อจากนี้ เราจะยังคงขยายไลน์อัปโซลูชันของเราอย่างต่อเนื่อง และ ผสาน AI เข้ากับการดําเนินธุรกิจให้มากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถเสริมสร้างขีดความ สามารถให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม”
“หวังว่าทุกท่านจะตั้งตารอสิงใหม่ๆ ที ่ ่กําลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้”
FUJIFILM Business Innovation ก้าวข้ามบทบาทดั้งเดิมของการเป็นผู้จําหน่าย ผู้รวมระบบ หรือผู้ผลิต ไปสู่การเป็น พันธมิตร DX แบบครบวงจรอย่างแท้จริงที่สามารถระบุโจทย์ทางธุรกิจ วางรากฐานการดําเนินงาน และร่วมกําหนดวิสัย ทัศน์ในอนาคตให้กับองค์กรได้ จากจุดเริมต้นด้วยเครื ่ ่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน วันนี้ขอบเขตทางธุรกิจได้ขยายออกไปอย่าง กว้างขวาง ครอบคลุมทั้งโซลูชันด้านเอกสาร การให้บริการเอาต์ซอร์ซกระบวนการทางธุรกิจ บริการคลาวด์ และ AI ปัจจุบัน FUJIFILM Business Innovation ทําหน้าที่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จาก สินทรัพย์ข้อมูลได้อย่างเต็มที่ และขับเคลื่อนการปฏิรูปกระบวนการทางธุรกิจให้เกิดผลลัพธ์อย่างแท้จริง ความเชียวชาญ ่ ที่สังสมมาอย่างยาวนานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผสานกับความเข้าใจอย่างลึกซึ ่ ้งต่อเทรนด์เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสําคัญที่ทําให้บริษัทประสบความสําเร็จ
คุณคิกูจิกล่าวว่า “ไม่ว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด เราจะยังคงยืนเคียงข้างลูกค้าเสมอ พร้อม พัฒนาโซลูชันที่เหมาะสมที่สุดสําหรับก้าวถัดไป” และกล่าวเสริมว่า “เมื่อถึงเวลาที่ลูกค้าพร้อมจะก้าวไปอีกขั้น เราต้องการ เป็นผู้ช่วยในการร่วมกําหนดเส้นทางนั้นไปด้วยกัน”
- Microsoft 365, Teams และ SharePoint เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Microsoft Corporation
- Slack เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Salesforce
- Cybozu Kintone เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Cybozu, Inc






