วิดีโอนี้จัดทำขึ้นสำหรับ Fujifilm Holdings Corporation โดย BBC StoryWorks Commercial Productions
เรามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงโลกทีละก้าวและสร้างคุณค่า ซึ่งคือการสร้างรอยยิ้มให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเรา
เทอิจิ โกโตะ
ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ FUJIFILM Holdings

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา Fujifilm Group ได้เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นกลุ่มบริษัทที่ประกอบธุรกิจหลายประเภทรวมกัน ซึ่งมุ่งเน้นที่ธุรกิจด้านการถ่ายภาพไปจนถึงธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ ธุรกิจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจนวัตกรรมสิ่งพิมพ์เพื่อธุรกิจ แก่นสารร่วมใดที่รวมเอาพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายนี้เข้าด้วยกัน คำมั่นสัญญาเพื่อ “เพิ่มรอยยิ้มให้กับโลกของเรา” เทอิจิ โกโตะ ประธานและซีอีโอของ Fujifilm กล่าว
เมื่อครั้งที่เทอิจิ โกโตะได้ร่วมงานกับ Fujifilm ในปี 1983 เขารู้ดีว่าทำไมเขาถึงต้องการทำงานที่นั่น “ผมร่วมงานกับ Fujifilm ก็เพราะว่าการถ่ายภาพทำให้ผู้คนมีความสุข เมื่อมองย้อนกลับไปดูภาพถ่ายอันสื่อถึงความรู้สึกในตอนนั้น ผู้คนก็อดที่จะยิ้มไม่ได้" เขากล่าว อย่างไรก็ตาม ในเส้นทางอาชีพของเทอิจิจะต้องมีช่วงเวลาที่ยากที่จะฝืนยิ้มได้ การเปลี่ยนผ่านจากระบบแอนะล็อกไปสู่ดิจิทัลทำให้ Fujifilm ตกอยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากผู้คนต้องการฟิล์มถ่ายภาพลดลงเหลือเพียงหนึ่งในสิบของระดับความต้องการก่อนหน้าในช่วงปี 2000 ถึง 2010
บริษัทตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงธุรกิจอย่างเร่งด่วน ตัวเทอิจิเองทราบว่าจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจให้พึ่งพาฟิล์มถ่ายภาพน้อยลง และดำเนินการตามนั้น ซึ่งแสดงให้เห็นในเอเชียอย่างเด่นชัดในช่วงเวลาที่พลิกผันนี้ “ผมทำให้ธุรกิจภาพถ่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเปิดตัวบริษัทขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ในประเทศจีนในปี 2003” เขากล่าว
หลักฐานพิสูจน์ความสามารถในการรู้เท่าทันของเทอิจิสามารถเห็นได้จากผลลัพธ์ของปีที่ผ่านมา เมื่อส่วนธุรกิจการแพทย์และสุขภาพของ Fujifilm มีรายได้คิดเป็นหนึ่งในสามของรายได้ของกลุ่มบริษัทที่ 2.96 ล้านล้านเยน ตลอดเส้นทางนาน 20 ปี รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่สำหรับเทคโนโลยีฟิล์มถ่ายภาพที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท Fujifilm ได้พัฒนาไปสู่ธุรกิจหลากหลายประเภท ซึ่งดำเนินงานใน 4 ส่วนด้วยกันดังนี้ ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ ธุรกิจด้านการถ่ายภาพ ธุรกิจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจนวัตกรรมสิ่งพิมพ์เพื่อธุรกิจ
ด้วยกลุ่มบริษัทที่ปรับโครงสร้างใหม่บนฐานที่มั่นคง ตอนนี้เป็นเวลาแห่งการเติบโตและในเดือนเมษายน ปี 2024 เทอิจิได้เปิดตัวแผนการจัดการระยะกลางใหม่ที่ชื่อว่า VISION2030 VISION2030 เป็นแผนการดำเนินการโดยละเอียดเพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนจนถึงสิ้นทศวรรษ ภายใต้การนำแผน CSR ของ Fujifilm มาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นข้อพิจารณาสำหรับการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ ภายในปี 2030 เทอิจิตั้งเป้าที่จะเพิ่มรายได้โดยรวมขึ้น 35% และอัตรากำไรจากการดำเนินงานอย่างน้อย 15% ซึ่งจะเป็นการลงทุนผลกำไรจากธุรกิจ “ฐานรายได้” ที่มีเสถียรภาพและสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจ เช่น วัสดุการพิมพ์ โซลูชันการถ่ายภาพและสำนักงาน ลงในธุรกิจ “ที่ขับเคลื่อนการเติบโต” และ “มีศักยภาพใหม่/ในอนาคต” เช่น CDMO ชีวภาพ และวัสดุเซมิคอนดักเตอร์
“ด้วย VISION2030 เราตั้งเป้าที่จะดำเนินธุรกิจในฐานะกลุ่มธุรกิจที่มีเทคโนโลยีที่โดดเด่นและธุรกิจระดับโลก” เทอิจิกล่าว “เราปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลงโลกทีละก้าวและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่มีส่วนแบ่งหลักในแต่ละภาคธุรกิจ”
แต่คำว่า “ยิ้ม” จะช่วยได้อย่างไร จากวัตถุประสงค์ใหม่ของกลุ่มบริษัท Fujifilm ที่ว่า “เพิ่มรอยยิ้มให้กับโลกของเรา” คำนี้อ้างอิงถึงต้นกำเนิดของกลุ่มบริษัทในธุรกิจการถ่ายภาพ พร้อมมอบคุณค่าสูงสุดให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจต่าง ๆ ในรูปแบบของความสุข
แล้วเทอิจิวางแผนที่จะสร้างรอยยิ้มในธุรกิจทั้ง 4 ส่วนของ Fujifilm อย่างไร ในส่วนธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ คำตอบอยู่ในขั้นตอนหนึ่งของการตรวจหาโรคในระยะแรก NURA เปิดตัวในช่วงต้นปี 2021 ซึ่งเป็นห่วงโซ่ของศูนย์ตรวจสุขภาพในประเทศที่เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งใช้อุปกรณ์การถ่ายภาพช่วยวินิจฉัยโรคที่ใช้ระบบ AI ในตัวของ Fujifilm เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำและช่วยเหลือแพทย์ในการตรวจหาสัญญาณแรกเริ่มของโรคมะเร็งและภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย “เราทำงานร่วมกับหุ้นส่วนธุรกิจ และปัจจุบันเราดำเนินธุรกิจในเจ็ดแห่งในประเทศอินเดีย มองโกเลีย และเวียดนาม” เทอิจิกล่าว “เราวางแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังที่ต่าง ๆ อีก 100 แห่ง โดยหลักแล้วจะเป็นประเทศเกิดใหม่ภายในปี 2030”
เนื่องด้วยสาเหตุการเสียชีวิตประมาณ 1.3 ล้านรายต่อปี วัณโรคจึงติดอันดับโรคติดต่อที่เป็นอันตรายถึงชีวิตมากที่สุดในโลกที่เทียบเคียงกับโรคเอดส์และมาลาเรีย ด้วยเหตุนี้ การยุติวัณโรคจึงเป็นปัญหาสังคมใหญ่อีกปัญหาหนึ่งที่ Fujifilm กำลังช่วยจัดการอยู่ แล้วด้วยวิธีใดล่ะ เนื่องจากอุปกรณ์เอกซ์เรย์แบบพกพามีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา พร้อมระบบวิเคราะห์ภาพด้วย AI แบบเรียลไทม์ จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะสำหรับการคัดกรองวัณโรคในภูมิภาคที่ห่างไกล “เรากำลังร่วมมือกับองค์กรเอกชนและหน่วยงานภาครัฐเพื่อขยายขอบเขตการคัดกรองวัณโรคโดยการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในประเทศที่กำลังพัฒนา” เทอิจิ อธิบาย
ทุกวันนี้ มีบริษัทยาหลายแห่งมากขึ้นหันมาจ้างการพัฒนาและผลิตยาจากภายนอกให้กับองค์กรที่เรียกว่าองค์กรการพัฒนาสัญญาและการผลิตชีวเภสัชภัณฑ์ (CDMO) เพื่อลดความเสี่ยง เข้าถึงความเชี่ยวชาญในวงกว้าง และช่วยเร่งการดำเนินการให้เร็วขึ้น อันที่จริงแล้ว การเติบโตของอุปสงค์ในภาคธุรกิจ CDMO นั้นแข็งแกร่งมากจนทำให้กำลังการผลิตต้องพยายามตามให้ทัน การขาดแคลนนั้นยิ่งแย่ลงไปด้วยความจริงที่ว่าแอนติบอดีรุ่นต่อไปต้องการกำลังการผลิตที่มากขึ้น เนื่องจากผลผลิตที่ต่ำลงและขั้นตอนการผลิตที่มากขึ้น
ธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ของ Fujifilm ให้บริการที่หลากหลาย ตั้งแต่การพัฒนาสัญญาและการผลิตชีวเภสัชภัณฑ์และกระบวนการเซลล์บำบัด ไปจนถึงการวิจัยและพัฒนาและการสนับสนุนการผลิตเภสัชภัณฑ์ ปัจจุบัน Fujifilm กำลังเพิ่มกำลังการผลิตอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มยาแอนติบอดี โดยเทอิจิคาดหวังรายได้มากขึ้นสามเท่าใน CDMO ชีวภาพภายในปีงบประมาณ 2030 เมื่อพิจารณาถึงลักษณะที่สำคัญของธุรกิจ ความไว้วางใจจึงมีสำคัญพอ ๆ กับความสามารถ ความยืดหยุ่น หรือบันทึกการติดตาม “ธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ของเรามีวิสัยทัศน์ที่ว่า ‘เป็นพาร์ทเนอร์ไปตลอดชีวิต’” เทอิจิอธิบาย “เรามุ่งมั่นที่จะเป็นพาร์ทเนอร์ที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นนวัตกรรมไปทั่วโลก”
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีคุณภาพชีวิตที่ดีจะต้องมีสุขภาพเป็นหนึ่งในองค์ประกอบนั้น เช่นเดียวกับเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่พบในทุกสิ่งไม่ว่าจะในอุตสาหกรรมรถยนต์ หรือเครื่องซักผ้า ธุรกิจวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของ Fujifilm ผลิตสารเคมีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดสำหรับการแปรรูปเวเฟอร์ซิลิคอนในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์
“เราได้ลงทุนในโรงงานใกล้กลุ่มลูกค้าของเราในญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน เกาหลี และเบลเยียม เพื่อขยายกำลังการผลิตของเรา และด้วยการซื้อกิจการสารเคมีในกระบวนการความบริสุทธิ์สูงของ Entegris ในปี 2023 ผลิตภัณฑ์ของเราจึงครอบคลุมในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์เกือบทุกขั้นตอน” เทอิจิ กล่าว เขามั่นใจว่าธุรกิจวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของ Fujifilm จะเติบโตเร็วเป็นสองเท่าของภาคธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์เอง
เราทุกคนต่างใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงาน ดังนั้น ยิ่งเรายิ้มได้มากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งทำงานได้ดีเท่านั้น! ภาคธุรกิจนวัตกรรมสิ่งพิมพ์เพื่อธุรกิจของ Fujifilm ซึ่งประกอบไปด้วยโซลูชันสำนักงาน (บริการที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร) โซลูชันทางธุรกิจ (การรวมระบบ บริการคลาวด์ การจัดจ้างบุคคลภายนอกสำหรับกระบวนการทางธุรกิจ ฯลฯ) และการสื่อสารกราฟิก (สิ่งพิมพ์และสื่อดิจิทัลสำหรับการตลาด) ล้วนแล้วแต่ช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เทอิจิ เน้นย้ำว่าการสื่อสารโดยใช้กระดาษมีบทบาทแม้แต่ในสังคมไร้กระดาษที่ก้าวหน้า “Fujifilm เป็นผู้บุกเบิกเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน (MFP)” เขากล่าว “MFP เป็นเกตเวย์ที่สำคัญในการรวมข้อมูลดิจิทัลและแอนะล็อกเข้าด้วยกัน ผ่านการสแกน การจัดเก็บ และการพิมพ์”
ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการ พันธกิจของ Fujifilm ก็เหมือนกัน นั่นคือการเพิ่มประสิทธิภาพเวิร์กโฟลว์และการใช้ความรู้เพื่อให้องค์กรสามารถมุ่งเน้นไปที่งานที่เพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น ภาคธุรกิจนวัตกรรมสิ่งพิมพ์เพื่อธุรกิจมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล (DX) เพื่อการเติบโต บริษัทสาขาของ Fujifilm แห่งหนึ่งใช้หุ่นยนต์และ AI เพื่อช่วยองค์กรแปลงเอกสารกระดาษหลายรีมให้เป็นข้อมูลดิจิทัล ซึ่งเป็นงานสำคัญอย่างหนึ่ง ส่วน Bridge DX Library ซึ่งเป็นชุดโซลูชัน DX มากกว่า 100 รายการ ก็ช่วยให้ SME ของญี่ปุ่นสามารถเปลี่ยนบริษัทให้เข้าสู่ระบบดิจิทัลได้
เราจะสร้างรากฐานที่มั่นคงเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมมุ่งหน้าไปสู่วันครบรอบ 100 ปีที่กำลังจะมาถึงและต่อไปจากนั้น
เทอิจิ โกโตะ
ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ FUJIFILM Holdings

นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวอีกมากให้ยิ้มได้ในธุรกิจด้านการถ่ายภาพของ Fujifilm ความนิยมของกล้องฟิล์มอินสแตนท์ของ instaxTM และกล้องดิจิทัล X Series และ GFX Series สไตล์เรโทร ช่วยให้มีอัตรากำไรมากกว่า 20% ซึ่งสูงที่สุดในหลากหลายธุรกิจของกลุ่มบริษัท
“แม้อาจมีการเปลี่ยนวิธีการถ่ายภาพไปใช้กล้องดิจิทัลและสมาร์ทโฟน แต่การพิมพ์และการเก็บรักษาภาพถ่ายในช่วงเวลาอันน่าหวงแหนยังคงมีความหมายไม่เปลี่ยนแปลง” เทอิจิ ผู้ซึ่งรักษาวัฒนธรรมการถ่ายภาพให้เป็นหนึ่งในภารกิจทางสังคมหลักของ Fujifilm กล่าว “เราเป็นบริษัทเดียวที่เสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุมทั้งกล้อง เครื่องพิมพ์ และแอป”
กว่า 90 ปีมาแล้วที่ Fujifilm ได้ฝ่าฟันภาวะวิกฤตที่จะสูญเสียธุรกิจหลักของบริษัทไป และขยายวงกว้างสู่สาขาธุรกิจที่หลากหลายและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เทอิจิ เห็นอะไรในอนาคตข้างหน้า เขามองเห็นกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ มารวมกันเป็นหนึ่งและมีแรงจูงใจจากวัตถุประสงค์เดียวกันของกลุ่มบริษัท นั่นคือ การเสนอวิธีแก้ปัญหาทางสังคมเพื่อ “เพิ่มรอยยิ้มให้กับโลกของเรา”
"การเดินทางของเราเป็นเรื่องราวของความพยายามและความท้าทาย" เทอิจิ กล่าว “การมีพลังในการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงในตนเองที่ฝังอยู่ในประวัติศาสตร์ของเรา จะช่วยสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมมุ่งหน้าไปสู่วันครบรอบ 100 ปีที่กำลังจะมาถึงและต่อไปจากนั้น”
Fujifilm บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นได้พัฒนาและขยายตัวอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา เทอิจิ โกโตะ ประธานและซีอีโอ อธิบายวัตถุประสงค์ที่ส่วนธุรกิจต่าง ๆ ทั้งหมดมีเหมือนกันและแผนของเขาสำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโตในการดำเนินงานจนถึงปี 2030









