เราขอเรียนให้ทราบว่า ชื่อผลิตภัณฑ์ต่อไปนี้และอุณหภูมิความร้อนที่แนะนำสำหรับการใช้งาน จะมีการอัปเดตตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป
ตัวผลิตภัณฑ์ยังคงเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ขอขอบคุณสำหรับความเข้าใจและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
ผลิตภัณฑ์ปัจจุบัน: Prescale for High Temperature LLW (180℃-220℃)
ผลิตภัณฑ์ที่อัปเดต: Prescale for High Temperature 200 LLW (150℃-220℃)
- วัดแรงกดภายใต้สภาวะความร้อน โดยคำนึงถึงผลกระทบจากความร้อน เช่น การขยายตัวเนื่องจากความร้อน
- ช่วยลดเวลาในการปรับอุณหภูมิของเครื่องอัด ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ
- ชื่อผลิตภัณฑ์ / รุ่น
Prescale for High Temperature 100/200
- อุณหภูมิความร้อนที่แนะนำสำหรับการใช้งาน
Prescale for High Temperature 100: 35°C ถึง 150°C (เมื่อให้ความร้อนทั้งสองด้าน)
Prescale for High Temperature 200: 150°C ถึง 220°C (เมื่อให้ความร้อนทั้งสองด้าน)- ความแม่นยำ
±10% หรือน้อยกว่า (เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดความหนาแน่น (densitometer))
Prescale for High Temperature ถูกแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ตามช่วงอุณหภูมิและแรงกด [MPa] กรุณาเลือกประเภทที่เหมาะสมที่สุดกับสภาวะการตรวจสอบของคุณ
- * มีกำหนดวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป กรุณาตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากเว็บไซต์ทางการของเรา
ลดการเกิดสีที่ไม่พึงประสงค์และการเสียรูปของฐานฟิล์มระหว่างการอัดด้วยความร้อน

① การปรับเปลี่ยนวัสดุฐาน (substrate) ให้ทนความร้อน
② การปรับเปลี่ยนฟิล์มเคลือบ (coating film)
③ การใช้ไมโครแคปซูลที่ทนความร้อน
สามารถตรวจสอบค่าแรงกดได้ด้วยสายตาโดยการเทียบกับตารางมาตรฐาน
- * ตารางนี้ใช้สำหรับ Prescale รุ่น Medium Pressure (MW) เท่านั้น และจะแตกต่างจากผลลัพธ์ของ Prescale for High Temperature


- * ส่วนที่แสดงเป็นเส้นประอาจมีค่าเกินช่วงความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ และควรใช้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น
- * ควรเลือกเส้นโค้ง A, B หรือ C โดยขึ้นอยู่กับความร้อนที่ใช้
1. นำ Prescale ออกจากถุงพลาสติกสีดำและสีน้ำเงิน และตัดตามรูปทรงที่ต้องการ
2. วางฟิล์ม A (ฝั่งสร้างสี) และฟิล์ม C (ฝั่งสร้างปฏิกิริยา) ประกบกัน และวาง Prescale ในตำแหน่งที่ต้องการวัดแรงกด โดยให้ฟิล์ม C อยู่ด้านล่าง และฟิล์ม A อยู่ด้านบน จากนั้นใช้แรงกด
3. นำฟิล์มออกมาตรวจสอบการกระจายตัวของแรงกดด้วยสายตา
4. ถ่ายภาพ Prescale ที่ติดสีแล้วด้วยแอป FUJIFILM Prescale Mobile
5. วัดค่าแรงกดในรายการต่างๆ: แรงกดเฉลี่ย, พื้นที่ที่ถูกกด ฯลฯ
6. วิเคราะห์ข้อมูลโดยละเอียด และแบ่งปันข้อมูลให้ผู้อื่น









